หน้าแรก » เรื่องฮิตสังคมออนไลน์ » ฮือฮาศพผิดตัว ทำญาติแทบช็อก

ฮือฮาศพผิดตัว ทำญาติแทบช็อก

โพสต์โดย : Admin เมื่อ 28 ม.ค. 2560 12:00:49 น. เข้าชม 396 ครั้ง แจ้งลบ

คิดว่ารถชนตายตร.เจอบัตรปชช.สุดท้ายโอละพ่อ

ช็อกตะลึงน้องชายโผล่หลังสวดศพไป 1 คืน ทั้งดีใจที่น้องชายไม่ได้ตาย แต่ตกใจที่นำศพใครไม่รู้มาตั้งสวดตบแต่งอย่างสวยงาม พอเรื่องแดงรีบพาน้องไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน สาเหตุที่เข้าใจผิดมาจากน้องชายทำกระเป๋าสตางค์หล่นหาย ภายหลังเดินทางไปหาญาติต่างจังหวัด จังหวะนั้นเกิดเหตุรถชนคนตายแถมพบบัตรประชาชนของน้องชายที่หายไปอยู่ในกระท่อมของคนตายที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุเลยเข้าใจว่าคนตายเป็นน้อง จัดการนำศพมาตั้งบำเพ็ญกุศลเรื่องราวของคนไม่ตาย แต่ญาติกลับเข้าใจผิดจัดงานศพให้จนเกือบจะเผารายนี้ เปิดเผยเมื่อสาย

วันที่ 27 ม.ค. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่วัดประดู่ทรงธรรม หมู่ 4 ต.ไผ่ลิง อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา หลังทราบมีการจัดงานศพให้กับผู้เสียชีวิตแต่ภายหลังผู้ที่ถูกระบุว่าเสียชีวิตกลับโผล่มาแสดงตัว พบบนศาลาที่ตั้งศพถูกปิดไว้ ไม่มีญาติของผู้เสียชีวิตหรือผู้มาร่วมงานแม้แต่คนเดียว มีเพียงนายประสาน มีสมโรจน์ อายุ 58 ปี บ้านอยู่ 61/1 หมู่ 7 ต.ไผ่ลิง อ.พระนครศรีอยุธยา เป็นสัปเหร่อของวัดนั่งอยู่บริเวณศาลา

ผู้สื่อข่าวสอบถามเรื่องทั้งหมดจากนายประสานได้รับการยืนยันว่าเรื่องสวดศพผิดคนเป็นเรื่องจริง พร้อมเปิดประตูศาลาให้ตรวจสอบ พบภายในโลงเย็น มีศพชายบรรจุไว้มีการจัดเครื่องตั้งและหีบศพประดับด้วยดอกไม้อย่างสวยงาม โดยหน้าโลงระบุชื่อผู้มรณะว่า นายกฤษณะ สุขกลิ่น อายุ 44 ปี จากนั้น นายประสานเปิดเผยถึงความเป็นมาว่า นายนตรี พันธุ์ชงค์ อายุ 45 ปี บ้านอยู่ 47 หมู่ 3 ต.ข้าวเม่า อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นผู้ติดต่อนำศพของผู้เสียชีวิตมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 25 ม.ค. โดยระบุในใบมรณบัตรเป็นว่า นายกฤษณะ สุขกลิ่น บ้านเลขที่ 125/5 หมู่ 8 ต.ประตูชัย อ.พระนครศรีอยุธยา เป็นน้องคนละพ่อกัน มีอาชีพพับใบไม้ตั๊กแตนขาย และเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชน บนถนนสายอุทัย-หนองน้ำส้ม หน้า หจก.เอสรีไซเคิล อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อเช้าวันที่ 24 ม.ค.ที่ผ่านมา

นายประสานกล่าวอีกว่า ตอนที่นำศพมาตอนแรกมีเอกสารใบมรณบัตรถูกต้องทุกอย่างจึงดำเนินการตามขั้นตอนจนถึงการสวดพระอภิธรรมศพในคืนแรกคือวันที่ 25 ม.ค. กระทั่งเมื่อสายวันที่ 26 ม.ค. ได้รับแจ้งจากนายนตรีผู้ที่นำศพมาครั้งแรกว่าจะไม่มีการสวดศพของนายกฤษณะแล้ว เนื่องจากนายกฤษณะยังไม่ตายเพราะเป็นการเข้าใจผิด ทำให้ตนต้องปิดศาลาเอาไว้ก่อนเพื่อรอนายกฤษณะมายืนยันและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป “ตั้งแต่ผมทำหน้าที่สัปเหร่อมา 30 ปีไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ กระทั่งตอนนี้ยังไม่ทราบว่าศพที่นอนอยู่ในโลงเย็นนั้นเป็นใคร” นายประสานกล่าว

ต่อมาผู้สื่อข่าวตามไปสอบถามนายนตรี เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจที่น้องชายไม่ได้เสียชีวิต สาเหตุที่เข้าใจผิดว่าผู้ตายที่ถูกรถชนเป็นนายกฤษณะ เนื่องจากเช้าวันที่ 24 ม.ค. นายกฤษณะเดินทางโดยรถไฟจะไปหาญาติที่ จ.นครสวรรค์ ขณะเดียวกันมีอุบัติเหตุรถชนคนตายบริเวณหน้า หจก.เอสรีไซเคิล แต่ในตัวผู้ตายไม่พบหลักฐานว่าเป็นใคร แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจพบบัตรประชาชนของนายกฤษณะ น้องชายตนวางอยู่ในกระท่อมห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 30 เมตร อีกทั้งไปดูศพเห็นว่ามีลักษณะคล้ายกันจึงนำศพมาบำเพ็ญกุศลที่วัดโดยไม่ได้ตรวจดูอย่างละเอียด และกำหนดจะฌาปนกิจวันที่ 28 ม.ค.นี้
นายนตรีกล่าวอีกว่า กระทั่งสายวันที่ 26 ม.ค.ญาติที่ จ.นครสวรรค์ ได้โทรศัพท์มาบอกว่านาย

กฤษณะน้องชายไปถึงนครสวรรค์แล้ว พอทราบดังนั้นตนถึงกับตกใจที่ไปรับศพใครมาทำบุญและจัดดอกไม้เตรียมงานหมดไปหลายตังค์แล้ว แต่ไม่เสียดายถือว่าทำศพให้คนตาย พอทราบเรื่องจริงทั้งหมดได้ให้นายกฤษณะรีบกลับมาเข้าพบ ร.ต.อ.พิเชษฐ์ อินทสูตร รอง สว.(สอบสวน) สภ.อุทัย เพื่อลงบันทึกประจำวันเพื่อยืนยันว่านายกฤษณะไม่ได้เสียชีวิต ซึ่งตำรวจได้รับเรื่องและตรวจสอบเอกสารพร้อมทั้งรายงานผู้บังคับบัญชาแล้ว ส่วนศพในโลงเจ้าหน้าที่ตำรวจจะประสานกับมูลนิธิเพื่อนำศพกลับไปเพื่อดำเนินการสืบหาญาติต่อไป

ขณะที่ ร.ต.อ.พิเชษฐ์กล่าวหลังจากที่นายกฤษณะมายืนยันตัวตนแล้วว่าจะต้องประสานกับทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ เพื่อรับศพกลับไปและตามหาญาติอีกครั้ง ส่วนที่มีการเข้าใจผิดว่านายกฤษณะเสียชีวิตนั้นเกิดจากนายกฤษณะได้ทำกระเป๋าสตางค์หล่นหายเมื่อหลายวันก่อน กระทั่งเกิดเหตุรถชนชายไม่ทราบชื่อเสียชีวิต คาดว่าเป็นคนเลี้ยงเป็ดไล่ทุ่งพักอยู่ในกระท่อมใกล้ที่เกิดเหตุ และพบบัตรประชาชนของนายกฤษณะในกระท่อมดังกล่าวที่คาดว่าผู้ตายคงเก็บกระเป๋าตังค์ได้เลยทำให้เข้าใจว่าผู้เสียชีวิต คือนายกฤษณะ จนเป็นที่มาของการสวดศพผิดคน ดังกล่าว


ภาพข่าวจาก - ไทยรัฐออนไลน์


facebook