หน้าแรก » ยานยนต์ » มิตซูบิชิไทรทันใหม่ ใส่ของมาเพียบ

มิตซูบิชิไทรทันใหม่ ใส่ของมาเพียบ

โพสต์โดย : Admin เมื่อ 15 มี.ค. 2559 22:19:00 น. เข้าชม 1154 ครั้ง แจ้งลบ

มิตซูบิชิไทรทันรุ่นปรับปรุงอุปกรณ์โผล่ออกมาในช่วงต้นปี 2559 พร้อมไปกับการทำตัวให้อยู่เหนือรถปิกอัพคู่แข่งด้วยการยัดอุปกรณ์แบบรถออฟโรดเอสยูวี เป็นการยกระดับประสิทธิภาพการใช้งานให้มีความสะดวกสบาย ด้วยอุปกรณ์ที่รถปิกอัพแบรนด์อื่นไม่มีหรือมีแต่น้อยกว่า หลังจากการเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ของนิวไทรทันเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2557 ไทรทันเวอร์ชั่นล่าสุดประจำปี 2559 มาพร้อมความสามารถที่มากยิ่งขึ้น จุดเด่นของรถรุ่นนี้นอกจากเครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร ที่มีกำลังแรงบิดมากถึง 430 นิวตันเมตรแล้ว ยังมาพร้อมกับเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีดที่มีอัตราทดค่อนข้างครอบคลุม ทำให้การขับใช้งานในชีวิตประจำวันไม่ว่าจะเป็นการเดินทางทั้งใกล้และไกล รวมถึงการบรรทุกมีความโดดเด่นไม่เป็นรองรถคู่แข่ง 1 ปีที่ผ่านไปทำให้ไทรทันใหม่มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในด้านความสะดวกสบายเพื่อสร้างจุดขายให้มีความเหนือชั้นกว่าเหล่าบรรดาปิกอัพคู่แข่งในตลาดรถยนต์ของไทย


Mitsubishi Triton มิตซูบิชิ ไทรทัน GLS LTD 2.4L Diesel 5AT 2016 ราคา 1,049,000 บาท

รูปร่างหน้าตาของนิวไทรทันยังคงเหมือนเดิม โดยไม่มีการปรับเปลี่ยนชิ้นส่วนภายนอกแต่อย่างใด ในส่วนของอุปกรณ์ภายในนั้นต้องบอกเลยว่าไทรทันใหม่จัดมาให้แบบเต็มสูบ เป็นการยกระดับอุปกรณ์เดิมๆ ให้ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพมากพอในการใช้งาน จากที่เคยมีขายมากถึง 23 รุ่น พอมาถึงรุ่นใหม่จึงมีการปรับให้เหลือเพียงแค่ 16 รุ่น รุ่นที่ถือเป็นไฮไลต์คือรุ่น 4 ประตูยกสูง ขับเคลื่อน 2 ล้อ หรือขับเคลื่อน 4 ล้อ รุ่น Double Cab Plus และรุ่น Double Cab 4x4 วางเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอลเรลไดเรคอินเจคชั่น ปริมาตรความจุ 2.4 ลิตร พร้อมชุดอัดอากาศแบบแปรผัน VG Turbo ให้แรงม้าสูงสุด 181 แรงม้า ที่ 3,500 รอบต่อนาที แรงบิด 430 นิวตันเมตร มาในรอบเครื่องยนต์ที่ต่ำเป็นพิเศษสำหรับการออกตัวอย่างรวดเร็วหรือใช้สำหรับฉุดตัวเองขึ้นมาจากอุปสรรคบนเส้นทางออฟโรด เครื่องยนต์คลีนดีเซลมีอัตราสิ้นเปลืองดีขึ้นถึง 20% เสื้อสูบอลูมินั่มอัลลอย น้ำหนักเบาและแข็งแกร่ง ระบบวาล์วแปรผัน MIVEC แปรผันฝั่งท่อร่วมไอดี ช่วยให้การออกตัวในรอบต่ำมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงยังคงแรงบิดในรอบกลางๆ ถึงรอบสูงสุดได้อย่างต่อเนื่อง ระบบวาล์วแปรผันยังทำงานร่วมกับ VG Turbo อีกด้วย เครื่องยนต์คลีนดีเซลของมิตซูบิชิผ่านมาตรฐานไอเสียในระดับ EURO-4

ระบบขับเคลื่อน Super Select 4WD II All Wheel Control ปรับปรุงรัศมีวงเลี้ยวแคบสุดในรุ่น 4x4 เพียงแค่ 5.9 เมตร ส่วนรุ่น 2 WD มีรัศมีวงเลี้ยว 5.7 เมตร ระบบขับเคลื่อน Super Select 4WD II ซึ่งประจำการอยู่ในปาเจโรสปอร์ตถูกนำมาติดตั้งในนิวมิตซูบิชิไทรทันรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ มีความแม่นยำ ระบบ All Wheel Control ประกอบด้วย ระบบ ASC Active Stability Control ซึ่งเป็นระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวในสภาวะที่รถอาจเกิดการเสียสมดุล ป้องกันการลื่นไถลออกนอกเส้นทางเมื่อขับเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงบนถนนลื่นหรือหักหลบแบบกะทันหัน ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรกเต็มกำลัง ABS Anti-Lock Braking System ทำงานเมื่อเหยียบแป้นเบรกแบบกะทันหันช่วยให้ผู้ขับสามารถหักพวงมาลัยหลบสิ่งกีดขวางได้ทันท่วงที ระบบกระจายแรงดันน้ำมันเบรก Electronic Brakeforce Distribution ทำงานร่วมวงจรกับระบบป้องกันล้อล็อก ABS เพื่อกระจายแรงเบรกไปยังล้อทั้งสี่ทำให้ระยะเบรกสั้นลง BA-Brake Assist ระบบเสริมแรงเบรก ช่วยเพิ่มแรงดันน้ำมันเบรกในระบบให้มากยิ่งขึ้น เพื่อทำให้รถหยุดอย่างรวดเร็ว ระบบ ATC Active Traction Control ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีทิ้งและควบคุมอาการลื่นไถล ระบบจะเข้ามาควบคุมการหมุนของล้อทั้งสี่ ให้มีความสมดุลสูงสุดในสภาวะที่ผิวถนนลื่น ขรุขระ หรือวิ่งอยู่บนทางที่มีความลาดชัน เพื่อทำให้ล้อมีการยึดเกาะกับผิวถนนในระดับสูงสุด และระบบ HSA - Hill Start Assist ช่วยออกตัวบนทางลาดชัน ป้องกันอาการไหลถอยหลังเมื่อขับขี่บนทางที่มีความลาดชันสูง ทั้งหมดคือ All Wheel Control ที่ผสมผสานการทำงานกับระบบ Super Select 4WD II

ในส่วนของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ของนิวไทรทัน มีการเพิ่มเติมสมรรถนะการขับเคลื่อนทั้ง Part Time 4WD และ Full Time 4WD ผนวกรวมเข้าไว้ด้วยกัน โดยใช้ชื่อว่า Super Select 4WD II All Wheel Control และใช้สวิทช์ปรับโหมดการขับเคลื่อนของนิวไทรทันที่มีรูปแบบคล้ายกับสวิทช์ปรับโหมดขับเคลื่อนของปาเจโรสปอร์ต

1-เริ่มจากตำแหน่ง 2H High Range เป็นระบบขับเคลื่อนด้วยล้อคู่หลังในสภาพการขับขี่ปกติ ให้อัตราเร่งที่ดีและประหยัดเชื้อเพลิง กำลังของเครื่องยนต์ทั้งหมด 100% จะถูกส่งลงไปยังล้อหลังเท่านั้น

2-ตำแหน่ง 4H หรือ 4WD High Range เป็นโหมดขับเคลื่อน 4 ล้อที่เหมาะสมกับสภาพถนนที่เปียกลื่น ระบบส่งกำลังจะถ่ายเทแรงบิดไปยังล้อหน้า 40% และล้อหลัง 60% บนถนนแห้ง หรือกระจายแรงบิดไปยังล้อหน้า-หลัง เฉลี่ย 50% เท่ากัน เมื่อขับอยู่บนผิวถนนที่มีความลื่นและเปียกชื้น โดยระบบ Torsen Torque - sensitive type ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการยึดเกาะ ในตำแน่งนี้ระบบจะทำงานในแบบ 4 ล้อตลอดเวลา Full Time All Wheel Control

3-ตำแหน่ง 4HLc 4WD High Range With Locked Transfer ระบบส่งกำลังจะถ่ายเทแรงบิดจากเครื่องยนต์ไปยังล้อทั้ง 4 โดยมีระบบ center differential locked ทำหน้าที่ในการเฉลี่ยแรงบิดไปยังล้อหน้า 50% และล้อหลัง 50% เท่ากันตลอดเวลาสำหรับการขับในเส้นทางทุรกันดาร โดยสามารถใช้ความเร็วบนเส้นทางเปียกแบบทางลูกรังหรือทางที่มีผิวลื่น และไม่ควรใช้ในเส้นทางที่แห้ง

4-4LLc 4WD Low Range With Locked Transfer ระบบส่งกำลังจะถ่ายเทแรงบิดจากเครื่องยนต์ไปยังล้อทั้ง 4 โดยมี center differential locked ทำหน้าที่ในการส่งถ่ายกำลังในอัตราส่วน 50-50 เท่ากันตลอดเวลา ชุดเกียร์ส่งกำลัง transfer gear ratio จะทำการเพิ่มอัตราทดให้สูงขึ้น ช่วยทำให้กำลังการขับเคลื่อนมีมากยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับการขับขี่ในเส้นทางที่มีความทุรกันดารมากๆ มีหล่มโคลนหรือมีเนินที่สูงชัน ตำแหน่ง 4LLc 4WD ไม่ควรใช้ความเร็วเกินกว่า 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

หลังจากเปิดตัวเข้าสู่ตลาด “มิตซูบิชิไทรทันใหม่” ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าทั้งในเรื่องของการออกแบบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สมรรถนะในการขับขี่ที่มีทั้งความสะดวกสบายบนถนนแบบทางเรียบและออฟโรด การตอบสนองที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้รถปิกอัพเมื่อขับใช้งานในชีวิตประจำวันหรือขับทางไกล เพื่อเดินทางท่องเที่ยวกับครอบครัว สำหรับการขับทดสอบความสามารถของรถกระบะมิตซูบิชิไทรทัน รุ่น GLS LTD 2.4L Diesel 5AT ราคา 1,008,000 เริ่มจากหน้าสำนักงานใหญ่ของมิตซูบิชิไปยังโรงแรมดาษดาในจังหวัดปราจีนบุรี ผ่านจุดชมวิวเจ็ดคต รวมระยะทางในการขับทดสอบ 206 กิโลเมตร พร้อมด้วยเส้นทางทดสอบสมรรถนะด้านออฟโรดและการทำงานของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อในมิตซูบิชิไทรทัน รุ่น GLS LTD 2.4L 4x4 แถบเนินเขาใกล้โรงแรมดาษดาอีก 3 กิโลเมตร

รถกระบะยุคใหม่อย่าง มิตซูบิชิไทรทัน ไม่มีอะไรซับซ้อนและมีจุดเด่นอยู่ที่ขนาดของตัวรถอันใหญ่โตที่เน้นประโยชน์ใช้สอยเป็นหลัก จุดขายของนิวไทรทันอยู่ที่อุปกรณ์นับสิบรายการที่เพิ่มเข้ามาในรุ่นสูงสุด GLS LTD 2.4L 4x4 ส่วนราคาเมื่อเทียบกับรถกระบะคู่แข่งก็พบว่าอุปกรณ์และสภาพการควบคุมขับขี่นั้นไทรทันเหนือชั้นกว่าเล็กน้อย ไทรทันใหม่เหมาะกับคนที่ต้องการรถปิกอัพคันโต มันมีกำลังของเครื่องยนต์ที่เหลือกินเหลือใช้ มากเกินพอสำหรับลุยไปบนทางวิบากหรือวิ่งทางไกลบนไฮเวย์ แรงบิดระดับ 430 นิวตันเมตร เอาตัวรอดจากสถานการณ์ที่ย่ำแย่บนเส้นทางโหดๆ ได้อย่างสบาย แรงม้า 181 ตัว เหลือเฟือและทำให้นิวไทรทันมีการขับขี่ที่ดี มันทั้งใหญ่และทรงพลัง แม้จะวางเครื่องยนต์ดีเซลความจุไม่มาก แต่แรงบิดที่ได้รับจากเครื่องยนต์นั้นมากเกินพอที่จะบุกตะลุยไปในทุกที่ที่มีทาง

รุ่นสูงสุดดับเบิ้ลแคป GLS LTD 2.4L 4x4 ราคา 1 ล้านกับอีก 49,000 บาท ดูเหมือนราคาจะแรงไปนิด แต่ให้มองที่อุปกรณ์ซึ่งมิตซูบิชิจัดเต็มสูบมาให้แบบใกล้เคียงกับรถเอสยูวี พวงมาลัยใหม่ติดตั้งแป้นเปลี่ยนเกียร์ของปาเจโรสปอร์ตมาให้เพื่อชิฟเกียร์ผ่านแป้นควบคุมหลังพวงมาลัย หรือผลักคันเกียร์ไปยังตำแหน่ง +/- ทางแบบไฮเวย์ที่จะมุ่งหน้าไปยังอำเภอบ้านนาในจังหวัดนครนายกมีทางขึ้นลงเนินที่ไม่ชันมากนัก แรงบิดจากเครื่องยนต์ถ่ายเทลงไปในเกียร์ 5 สปีดออโตผ่านเพลากลางกระจายลงไปยังเฟืองท้ายแล้วเทแรงบิดทั้งหมดในโหมดขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง 2H High Range ที่ใช้วิ่งบนทางราบได้ดี การทำงานของเครื่องยนต์ดีเซลมีประสิทธิภาพสูง เครื่องรหัส 4N15 DOHC 16 วาล์ว MIVEC เทอร์โบแปรผัน อินเตอร์คูลเลอร์ เป็นแบบอลูมินั่มบล็อก ที่มีน้ำหนักเบาซึ่งเกิดขึ้นจากการพัฒนาด้านชิ้นส่วนที่เข้ามาช่วยให้น้ำหนักของตัวเครื่องยนต์ลดลง 4N15 มีน้ำหนักส่วนเกินที่ถูกตัดออกไปมากถึง 35 กิโลกรัม แต่ยังคงความแข็งแรงทนทานจากสภาวะการใช้งานในลักษณะต่างๆ

ระบบระบายความร้อนแบบใหม่และการเลือกใช้กระบอกสูบแบบเหล็กกล้าหรือ Steel Cylinder Liner การติดตั้งโซ่สายพานไทมิ่งเข้ามาช่วยเพิ่มความคงทน ยืดอายุการใช้งานและลดค่าใช้จ่ายในด้านการบำรุงรักษา ระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบแปรผัน หรือ VG Turbo บูสอัดไอดีเข้าไปยังห้องเผาไหม้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในด้านของแรงบิดรอบต่ำได้ดี ทำให้เครื่องยนต์มีแรงบิดเพียงพอต่อการขับเคลื่อนตัวรถตั้งแต่รอบต่ำตอนออกตัวไปจนถึงรอบสูงสุดในการเร่งความเร็ว นับเป็นครั้งแรกของวงการรถปิกอัพยกสูงขับ 4 ล้อ ที่มีการติดตั้งระบบวาล์วแปรผันสองฝั่ง MIVEC หรือ Mitsubishi Innovative Valve Timing Electronic Control System เป็นระบบควบคุมการปิดเปิดของวาล์วไอดีแบบแปรผันทำงานสอดคล้องกับความเร็วรอบเครื่องยนต์ การออกแบบในลักษณะดังกล่าวของระบบวาล์วแปรผัน MIVEC ช่วยทำให้เครื่อง 4N15 มีแรงบิดที่ดีในรอบต่ำและเพิ่มแรงบิดในรอบสูงอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้เครื่องยนต์มอบอัตราเร่งที่ดี เผาไหม้หมดจดและประหยัดเชื้อเพลิง

สภาพการขับขี่เมื่ออยู่บนไฮเวย์ข้ามจังหวัดแบบนี้ รุ่น GLS LTD 2.4L 4x4 มีสัดส่วนของความยาว 5,280 มิลลิเมตร สูงมากถึง 1,780 มิลลิเมตร ทำให้อารมณ์การขับเหมือนนั่งอยู่บนหลังช้างตัวสูงใหญ่ แรงบิดมหาศาลจากเครื่องดีเซล 2.4 ลิตรเทอร์โบนำพามันพุ่งทะยานออกตัวอย่างรวดเร็วเมื่อลองกดคันเร่งจนสุดคุณก็จะได้ยินเสียงยางบดลงไปบนพื้นถนนอย่างชัดเจน กำลังที่ดีทำให้ไทรทันใหม่ไม่มีคำว่าชะงักชักช้าหรือลังเลใดๆ ทั้งสิ้นสำหรับการออกตัว คันเร่งตอบสนองต่อการกดได้ดีแทบจะไม่มีจังหวะของการรีเลย์หรืออาการหน่วงแต่อย่างใด พลังในรูปของแรงบิดขนาด 430 นิวตันเมตร ทะลักล้นเมื่อคันเร่งถูกจมลงจนหมดมิดพรมปูพื้น ไม่ต้องแปลกใจในความแรงของรถกระบะยุคใหม่ที่ใส่กำลังมาให้ใช้งานกันอย่างเหลือเฟือ

แรงบิดที่ดีของมิตซูบิชิไทรทันจะสามารถสำแดงประสิทธิภาพสูงสุดออกมาให้เห็นอย่างชัดเจนเมื่อนำมันไปวิ่งลุยทางโหดๆ แบบออฟโรด แรงบิดระดับรถสปอร์ตจากเครื่องดีเซลตัวเล็กมากเกินพอสำหรับการใช้งาน วิศวกรมิตซูบิชิได้ลงมือลงแรงทุ่มเทพัฒนาเครื่องยนต์ 4N15 จนไม่มีความจำเป็นที่จะสร้างเครื่องให้ใหญ่โตไปมากกว่านี้ เครื่องดีเซลขนาด 2.4 ลิตร ทำงานด้วยความเรียบเนียน จากการออกแบบจุดยึดใหม่ของยางแท่นเครื่องแท่นเกียร์รวมถึงจุดยึดโยงกับแชสซีที่ช่วยเข้ามาตัดทอนแรงสั่นสะเทือนให้เหลือน้อยลงมากจนไม่ส่งผลกระทบด้านความรู้สึกรำคาญหรือไม่สบายเนื้อตัว เครื่อง 4N15 ยังมีเสียงการทำงานที่ลดลงมากโดยเฉพาะในรอบเดินเบา แตกต่างจากเครื่องยนต์ดีเซลของกระบะยี่ห้ออื่นบางรุ่นที่มีเสียงในรอบเดินเบาดังสนั่นหวั่นไหวมากจนเกินไป

ระบบส่งกำลังของมิตซูบิชิไทรทันใหม่วางเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด ก็ทำงานได้อย่างต่อเนื่องปราศจากอาการกระตุกหรือกระชาก การเปลี่ยนเกียร์ในโหมดออโตไหลลื่นใช้ได้ สำหรับอาการกระตุกเล็กๆ จะเกิดขึ้นเมื่อใช้คันเร่งลงลึกแบบฉับพลันทันทีทำให้เกิดอารมณ์สนุกสนานในการควบคุมเจ้ายักษ์ตราเพชรคันนี้ เกียร์อัตโนมัติที่มีอัตราทดแค่ 5 ตำแหน่งอาจเป็นรองเกียร์ลูกใหม่ของ Nissan Navara หรือแม้แต่เกียร์ราคาแพงของนิวปาเจโรสปอร์ตที่มีให้สับกันถึง 8 สปีด แต่เกียร์ออโต 5 สปีดลูกนี้ก็ไม่ได้เสียเปรียบจนเห็นถึงความแตกต่างอะไรกันมากมายนักเมื่อขับใช้งานในสภาพการณ์ปกติ การตัดต่อขึ้นลงตลอดการขับเดินทางบนไฮเวย์มีความต่อเนื่องราบเรียบใช้ได้ หากใส่กันหนักๆ ยังแถมอารมณ์สปอร์ตมาให้ได้สัมผัส จากการกระชากลากถูที่ไม่ค่อยมีให้เห็นในรถเก๋งที่มีแรงบิดระดับอนุบาลไม่เกิน 300 นิวตันเมตร พอได้มาสัมผัสกับแรงบิด 430 นิวตันเมตร ความมันของการขับขี่จึงเกิดขึ้นตลอดเส้นทางของการทดสอบทั้งทางราบและทางออฟโรดแบบลุยแหลก

สิ่งที่ต้องระวังในการขับกระบะยกสูงที่มีกำลังมากแบบนี้ก็คืออาการโคลงตัว ปกติรถปิกอัพยกสูงเรือนร่างโย่งมีค่า center of gravity หรือค่าจุดศูนย์ถ่วงที่ด้อยกว่ารถยนต์แบบอื่นจากสัดส่วนของความสูงที่ออกแบบเอาไว้ลุย อาการโคลงตัวดังกล่าวแก้ให้ดีขึ้นได้แต่ไม่สามารถขจัดให้หมดไปได้ และไม่ควรใช้ความเร็วสูงมากในการขับเข้าสู่ทางโค้ง รถกระบะขับ 4 ล้อ ยกสูงกำลังแรงนั้น จุดด้อยของมันอยู่ที่สัดส่วนของความสูงที่มากกว่ารถทั่วไป การขับด้วยความเร็วที่สูงมากนอกจากจะผิดกฎหมายแล้วยังอาจทำให้เกิดอันตรายได้อย่างคาดไม่ถึงอีกด้วย เมื่อคุณขับรถกระบะยกสูงเครื่องแรงๆ ความเร็วที่เหมาะสมกับสภาพเส้นทางหรือความเร็วตามที่กฎหมายได้กำหนดเอาไว้จะช่วยทำให้คุณอยู่รอดปลอดภัย สามารถควบคุมทิศทางของรถรวมถึงการเบรกได้อย่างสบายๆ แต่ต้องไม่หวดมาเร็วจี๋มากจนเอาไม่อยู่ อุบัติเหตุส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นกับรถกระบะยกสูงกำลังเยอะก็คือการใช้ความเร็วที่มากจนเกินไปนั่นเอง

กำลัง 181 แรงม้านั้นเหลือเฟือสำหรับการขับใช้งานในทุกเส้นทางของประเทศไทย ยิ่งมีแรงบิดมากถึง 430 นิวตันเมตร ก็ยิ่งต้องระวังไม่บ้าระห่ำกดกระหน่ำกันไปตลอด รถกระบะยุคใหม่ในปัจจุบันแทบจะทุกยี่ห้อนั้นมีเครื่องยนต์ดีเซลอัดเทอร์โบที่แร

facebook